Home » ไขควงวัดไฟ Voltage Tester มีกี่แบบ เลือกอย่างไรดี

ไขควงวัดไฟ Voltage Tester มีกี่แบบ เลือกอย่างไรดี

by admin

ทำความรู้จักกับ ไขควงวัดไฟ Voltage Tester อีกหนึ่งเครื่องสำคัญเพื่อความปลอดภัย 

ไขควงวัดไฟ คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้าหรือระบบไฟฟ้า ซึ่งมีแท่งเหล็กที่ใช้ในการสัมผัสกับสายไฟ หรือส่วนที่คุณต้องการจะทดสอบไฟฟ้า และมีจอแสดงผลที่แสดงกำลังไฟฟ้าที่วัดได้ โดยไขควงวัดไฟใช้เพื่อทดสอบวงจรไฟฟ้าว่ามีการเดินสายไฟอย่างถูกวิธีหรือไม่ และใช้สำหรับการวินิจฉัยมองหาปัญหาทางไฟฟ้าก่อนเริ่มใช้งานระบบไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างมากสำหรับช่างไฟฟ้า และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานให้กับพนักงานได้ดีอีกด้วย

วิธีการใช้งาน ไขควงวัดไฟ Voltage tester อย่างปลอดภัย

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเสมอเมื่อใช้งานไขควงวัดไฟ
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมทุกครั้งที่ใช้งานไขควงวัดไฟ เช่น ถุงมือกันไฟช็อต แว่นตานิรภัย รองเท้ายาง เพื่อป้องกันตัวเองจากไฟฟ้าช็อต
  • ก่อนใช้ไขควงวัดไฟควรตรวจสอบตัวเครื่องให้ละเอียดเพื่อหาความเสียหายหรือข้อบกพร่องก่อนเริ่มใช้งาน 
  • ใช้ไขควงวัดไฟที่เหมาะสมกับประเภทของอุปกรณ์หรือวงจรที่คุณต้องการจะวัดไฟ 
  • หลีกเลี่ยงการใช้ไขควงวัดไฟใกล้กับน้ำ หรือวัสดุนำไฟฟ้าต่าง ๆ 
  • ไม่ควรสัมผัสแท่งเหล็กของไขควงวัดไฟด้วยมือเปล่า นอกจากอาจจะเกิดอันตรายเช่นไฟฟ้าตกค้างแล้ว ยังอาจจะทำให้ประสิทธิภาพการวัดไฟลดลงแล้วเกิดความคลาดเคลื่อนได้ 
  • เมื่อใช้งานเสร็จแล้วจะต้องเก็บไขควงวัดไฟไว้ในที่แห้งและปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายต่าง ๆ รวมไปถึงยืดอายุการใช้งาน 

ไขควงวัดไฟมีกี่แบบ

ประเภทต่าง ๆ ของ ไขควงวัดไฟ Voltage Tester

ไขควงวัดไฟแบบ analog เป็นไขควงวัดไฟประเภทพื้นฐานที่ใช้งานกันเยอะที่สุด ราคาถูก โดยจะมีเข็มหรือตัวชี้ระบุว่ามีไฟฟ้าหรือไม่ โดยทั่วไปมักใช้ในงานที่มีแรงดันไฟฟ้าต่ำ เช่น การทดสอบแบตเตอรี่ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก 

ไขควงวัดไฟแบบดิจิตอล ไขควงวัดไฟแบบนี้จะมีจอแสดงผลแบบดิจิตอลเพื่อแสดงแรงดันไฟฟ้าที่กำลังทดสอบ มีความแม่นยำมากกว่า ใช้งานได้หลากหลายมากกว่าแบบอนาล็อค ในรุ่นที่ราคาสูงอาจจะสามารถวัดค่าอื่น ๆ ได้ในเครื่องเดียวอีกด้วย 

ไขควงวัดไฟแบบไม่ต้องสัมผัส ไขควงวัดไฟประเภทนี้จะใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อตรวจจับกระแสไฟฟ้า โดยไม่ต้องสัมผัสกับสายไฟหรือส่วนประกอบต่าง ๆ ที่คุณต้องการจะทดสอบ นิยมใช้เพื่อความปลอดภัย เพราะเมื่อไม่ต้องสัมผัสก็ลดโอกาสการโดนไฟช็อต แต่อาจจะไม่มีความแม่นยำเท่าแบบดิจิตอล

ความแตกต่างระหว่างไขควงวัดไฟแบบอะนาล็อกและแบบดิจิตอล

  • ไขควงวัดไฟแบบดิจิตอลมักจะมีราคาที่แพงกว่าไขควงวัดไฟแบบอนาล็อก เนื่องจากใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และใช้งานง่ายกว่า หลากหลายมากกว่า มีประสิทธิภาพและความแม่นยำมากว่า 
  • โดยทั่วไปแล้วไขควงวัดไฟแบบดิจิตอลจะต้องใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน แต่เครื่องวัดไฟแบบอะนาล็อกนั้นสามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องใส่แบตเตอรี่ นั่นแปลว่าหากคุณเลือกใช้แบบดิจิตอลคุณจะต้องมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นระยะ ๆ และอาจจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มนั่นเอง 
  • ไขควงวัดไฟแบบดิจิตอลมักจะมีการใช้งานที่ซับซ้อนกว่าแบบอะนาล็อก เนื่องจากมีการใช้งานที่หลากหลายฟังก์ชั่น มีการตั้งค่าที่ค่อนข้างซับซ้อน มีปุ่มสำหรับใช้งานที่เยอะ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้งานบางรายไม่คุ้นชินกับการใช้งานได้ 

สรุป

แล้ว การเลือกใช้งานระหว่างไขควงวัดไฟแบบดิจิตอล หรือไขควงวัดไฟแบบอะนาล็อกนั้นจะขึ้นอยู่กับความต้องการ ความชื่นชอบส่วนบุคคล และงบประมาณเฉพาะของแต่ละคน หากผู้ใช้งานต้องการความแม่นยำ ใช้งานง่าย มีฟังก์ชั่นให้ใช้งานหลากหลาย อาจจะเลือกแบบดิจิตอล ในขณะที่บางคนอาจจะชื่นชอบความเรียบง่าย ราคาถูก และมีความทนทาน ก้อาจจะเลือกใช้แบบอะนาล็อกนั่นเอง

You may also like